Skip to content

งาน อรุณ สรเทศน์ รำลึก 2566 ประชุมวิชาการ และแถลงข่าวเปิดตัวโครงการจัดตั้งสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS)

Print Friendly, PDF & Email

มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดตัว “โครงการจัดตั้งสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (Carbon Institute for Sustainability: CBiS)” และเสวนาวิชาการหัวข้อ “Carbon Footprint towards Thailand SMEs inclusive growth” ในงาน “อรุณ สรเทศน์ รำลึก 2566” ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2566 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภายในงานมีการเปิดตัว “โครงการจัดตั้งสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (Carbon Institute for Sustainability: CBiS)” และประกาศความร่วมมือในการดำเนินโครงการฯ กับหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ อาทิเช่น สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) บริษัท DMG Events บริษัท Perpetual Innovation จำกัด เป็นต้น รวมถึงมีการเสวนาวิชาการหัวข้อ “Carbon Footprint towards Thailand SMEs inclusive growth” ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารเจริญวิศวกรรม (อาคาร 4) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของประเทศเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน อันเป็นที่มาของการริเริ่มโครงการจัดตั้งสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิ อรุณ สรเทศน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถาบันฯ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ประเทศต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและหัวหน้าโครงการจัดตั้งสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) ระบุว่า การจัดตั้งสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืนครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายในการเป็นสถาบันที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตามหลักวิศวกรรมผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และร่วมพัฒนานวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคนเก่งที่มีทักษะความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมหรือ Green Talent การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม  การสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ และการสนับสนุนธุรกิจ SMEs ที่กำลังเผชิญความท้าทายของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรองประธานกรรมการมูลนิธิ อรุณ สรเทศน์  หวังว่าสถาบัน ฯ ที่กำลังจะดำเนินการจัดตั้งนี้ จะช่วยให้เกิดการสร้างความรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีส่วนช่วยในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มคน Green talent อันกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ร่วมกัน

บรรยากาศการเสวนาวิชาการหัวข้อ “Carbon Footprint towards Thailand SMEs inclusive growth”

ภายในงานมีการเสวนาวิชาการหัวข้อ “Carbon Footprint towards Thailand SMEs inclusive growth” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญจากหลายสาขาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความสำคัญของการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในการนำพา SMEs ของประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขานุการสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)  คุณพิพิธ อเนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชะวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คุณวฤต รัตนชื่น ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยมีศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

Key takeaways

  • การเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เป็นความท้าทายของทุกภาคส่วน
  • SMEs มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศสู่เป้าหมาย เพราะอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ของอุตสาหกรรมหลักในประเทศ และจัดเป็น Scope 3 ในการประเมินคาร์บอนฟุ้ตพรินท์ขององค์กร ที่ต้องได้รับการบริหารจัดการ
  • ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งทำให้ทุกภาคส่วนต้องมีการปรับตัว โดยมีกลไกทางการเงินที่จะสนับสนุนเทคโนโลยีและการปรับตัวของ SMEs เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การเติมเต็ม Ecosystem เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนในการบรรลุเป้าหมายของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Green talent) และการสร้างฐานข้อมูลที่มีครอบคลุมและน่าเชื่อถือสำหรับการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศความร่วมมือเพื่อจัดทำโครงการนำร่อง ผ่านการดำเนินการของสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับบริษัท อีทราน (ประเทศไทย) จำกัด และมูลนิธิพัฒนาป่าตอง รวมถึงหารือการดำเนินงานร่วมกับการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และ Qiu Hotel Sukhumvit อีกด้วย

พิธีมอบรางวัลกิจกรรม Faculty Future: Race to zero concept

ภายในงานยังมีการมอบรางวัลการประกวด “Future Faculty: Race to Zero concept” อันเป็นโครงการประกวดที่เปิดโอกาสให้นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมเสนอแนวคิดลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของคณะ

Copy link
Powered by Social Snap