Skip to content

Carbon trade barrier และโอกาสเติบโตในสังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

Print Friendly, PDF & Email

จากการเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจของโลกในช่วงปี ค.ศ. 1933 – 1935 ทำให้เกิดคำว่า New Deal ขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในช่วงดังกล่าวให้กลับสู่สภาวะปกติ โดยได้มีการปฏิรูประบบการเงินการธนาคารของสหรัฐใหม่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วภาครัฐจะเข้ามามีบทบาทในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลัง (Fiscal Policy) New Deal จึงเป็นต้นแบบในการวางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ซึ่งต่อมาได้มีแนวคิดที่พัฒนาต่อยอดในการแก้ไขวิกฤตด้านเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องเพิ่มเติมมิติการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดความอย่างยั่งยืนโดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม จึงนำมาสู่คำว่า Green New Deal หรือ Green Deal ที่หลายประเทศนำมาใช้ในการวางแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจหรือส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยหลายประเทศได้มีการประยุกต์ใช้แนวคิดการพลิกฟื้นและพัฒนาเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Green recovery) ที่สร้างสมดุลระหว่างการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและสังคมที่สมดุลกับการจำกัดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น ประเทศนิวซีแลนด์ที่มีการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสีย หรือประเทศมาเลเซียที่สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น โดยหากเป็นไปตามการคาดการณ์ มาตรการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในระดับปานกลางและเข้มข้นจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อย่างชัดเจน การฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแนวคิด Green recovery จึงน่าจะช่วยควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้เป็นไปตามเป้าหมายในความตกลงปารีส (Paris Agreement) ได้ อีกทั้งยังเป็นการดำเนินการต่อเนื่องในการดูแลสิ่งแวดล้อมที่เริ่มมีการฟื้นตัวจากการลดลงของกิจกรรมในช่วงควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ประเด็นสำคัญและแผนการดำเนินงานนโยบาย Green Deal ของสหภาพยุโรป [ref]

สำหรับสหภาพยุโรป ได้มีการประกาศแผนการปฏิรูปสีเขียว (European Green Deal) ในปี 2562 เป็นนโยบายการลดและต่อสู้กับสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อบรรลุเป้าหมายของสหภาพยุโรปในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2050โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้มีแผนการทำงานเพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว เกิดเป็นมาตรการลดคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 55 ในปี ค.ศ. 2030 หรือ Fit for 55 Package ซึ่งเป็นร่างกฎหมายเพื่อรับรองเรื่อง

  • การปรับปรุงสิทธิการซื้อขายและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การส่งเสริมการคมนาคมสีเขียว ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ
  • การกำหนดอัตราภาษีธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • การกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน
  • การตั้งเป้าหมายการดูดซับก๊าซเรือนกระจก
  • การออกมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป

หนึ่งในการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Green Deal ของสหภาพยุโรป ก็มีการใช้เครื่องมือทางการเงิน โดยการระดมทุนจำนวน 1 แสนล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือประเทศ ภูมิภาค และภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงและยังต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นแหล่งพลังงานหลัก โดยงบประมาณที่นำมาสนับสนุนกองทุนเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการลดการอุดหนุนฟอสซิลและการจัดเก็บภาษีมลพิษ

นอกจากสหภาพยุโรปแล้ว หลายประเทศได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เช่นกัน อาทิ นโยบาย Green Plan ที่มุ่งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาและการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืนของสถาบันต่าง ๆ ในประเทศสิงคโปร์ นโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์ไร้คนขับภายใต้ Green New Deal ของเกาหลีใต้ หรือ Green Growth Strategy ของญี่ปุ่น เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาที่มีการออกนโยบายที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า การส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างและโครงการก่อสร้างของภาครัฐให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2035 

ทั้งนี้ นโยบายที่จัดอยู่ในกลุ่ม Green deal เหล่านี้ แม้ว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกในด้านการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่ก็ส่งผลให้เกิดความท้าทายต่อภาคธุรกิจเช่นเดียวกัน ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ การออกมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism) เพื่อกำหนดราคาสินค้านำเข้าบางประเภทป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเข้ามาในกลุ่มประเทศสมาชิก EU รวมไปถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเรียกภาษีคาร์บอนข้ามแดน (Carbon Border Tax) อื่น ๆ ทำให้การผลิตของผู้ประกอบการในประเทศนั้น ๆ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นและเสียเปรียบประเทศที่ผลิตสินค้าโดยไม่เสียภาษีคาร์บอน จึงจัดเป็นการกีดกันการนำเข้าสินค้าและบริการที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงจากภายนอกสหภาพยุโรป โดย CBAM EU จะบังคับให้ผู้นำเข้าสินค้าจากภายนอกสหภาพยุโรปซื้อใบรับรองการปล่อยก๊าซคาร์บอน (CBAM certificates) ผ่านตลาดการค้าคาร์บอนภายในของสหภาพยุโรป (Emission Trading System: EU ETS) เพื่อเป็นการจ่ายค่าธรรมเนียมตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้านำเข้าบางประเภทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงด้วยเหตุนี้ ไม่เพียงแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศใน EU ที่จะต้องปรับตัวกับการบังคับใช้เหล่านี้เท่านั้น แต่ SMEs ที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของธุรกิจใหญ่จะต้องถูกกดดันจากบริษัทใหญ่ทั้งในและต่างประเทศให้ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ ในการประกอบธุรกิจด้วยเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ ความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจนอกจากจะเป็นการปรับตัวที่จำเป็นสำหรับการหลีกเลี่ยงการกีดกันทางการค้ากับต่างประเทศแล้ว ยังมีข้อดีในด้านการเพิ่มโอกาสเข้าถึงต้นทุนทางการเงินเนื่องมาจากนโยบายการสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือที่เรียกว่าการเงินสีเขียว (Green Finance) ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย อาทิ ตราสารหนี้สีเขียว (Green bonds) กองทุนรวมตราสารทุนสีเขียว (Green equity funds) การกู้ยืมสีเขียว (Green loans) สินเชื่อสีเขียว (Green credit) เป็นต้น ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาให้กับธุรกิจที่ไม่เคยพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาก่อนและได้รับผลกระทบจากการปรับตัวเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงแหล่งเงินทุนจากนักลงทุนที่สนใจการลงทุนอย่างยั่งยืน

references:

  • Cambridge Econometrics. 2020. Assessment of Green Recovery Plans After COVID-19. [Online]. https://www.wemeanbusinesscoalition.org/wp-content/uploads/2020/10/Green-Recovery-Assessment-v2.pdf
  • European Commission. Communication from the commission to the European parliament, the council, the European economic and social committee and the committee of the regions. The European Green Deal. COM(2019) 640 Final. 2019. Available online: https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?uri=CELEX:52019DC0640 (accessed on 12 April 2023).
  • Forster, P.M., Forster, H.I., Evans, M.J. et al. Current and future global climate impacts resulting from COVID-19. Nat. Clim. Chang. 10, 913–919 (2020). https://doi.org/10.1038/s41558-020-0883-0
  • Thailand Industry. (2009) Green New Deal กู้วิกฤตเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน. [Online] http://www.thailandindustry.com/indust_newweb/news_preview.php?cid=7657
  • งานสัมมนาออนไลน์  “จับตากระแส European Green Deal ประเด็นสำคัญที่ผู้ส่งออกไทยต้องรู้”. [Online] https://www.setsustainability.com/libraries/1035/item/european-green-deal
  • สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์. วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 12 ประจำเดือนธันวาคม 2562. [Online] https://www.slri.or.th/th/index.php?option=com_attachments&task=download&id=2288
  • สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์. (2564). Singapore Green Plan 2030 วาระแห่งชาติในการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืนของสิงคโปร์. (Online). Available : https://www.ditp.go.th/contents_attach/723330/723330.pdf
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล. (2565). เกาหลีใต้เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบาย Green New Deal. (Online). Available :   http://seoul.thaiembassy.org/th/content/เกาหลีใต้เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรม
  • ศูนย์พัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน. European Green Deal ประเด็นสำคัญที่ผู้ส่งออกไทยต้องรู้. (Online). Available : http://www.setsustainability.com/libraries/1035/item/european-green-deal
  • รชต สนิท. (2564). เจาะลึกนโยบายสิ่งแวดล้อมอเมริกา ยุคไบเดน เศรษฐกิจเปลี่ยนทิศ ธุรกิจต้องคิดใหม่. (Online). Available : https://brandinside.asia/us-climate-policy-biden-era/#:~:text=โจ%20ไบเดน%20มีแผนที่,พัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับแบตเตอรี่
Copy link
Powered by Social Snap